<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประกาศ]]></title>
<link>https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ รัฐบาลน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เตรียมพระราชพิธีพระศพอย่างสมพระเกียรติ]]></title>
<link>https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/512025</link>
<guid isPermaLink="false">761709e5f7ccbfef87ab9881a100860f</guid>
<pubDate>Sat, 13 Jun 2026 09:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>🇹🇭 รัฐบาลน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ &ldquo;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ&rdquo; เตรียมพระราชพิธีพระศพอย่างสมพระเกียรติ</p>

<p>สำนักพระราชวังประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 สิริพระชันษาปีที่ 47 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 &ndash; 12.00 น. เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 &ndash; 16.00 น. และเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 &ndash; 21.00 น. รวมทั้งเปิดให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพภายหลังครบ 100 วัน ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงว่า การสิ้นพระชนม์นำมาซึ่งความโทมนัสต่อพสกนิกรชาวไทย พร้อมเชิญชวนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ซึ่งมีมติให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วัน พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมงานพระราชพิธีพระศพอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 15.30 น. โปรดแต่งกายชุดสุภาพสีดำ และสามารถเชิญรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ตั้งแต่เวลา 16.15 น. เป็นต้นไป</p>

<p>(12 มิ.ย. 69) สำนักพระราชวัง ประกาศ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระราชวังแถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้นตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึง วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19.48 น. สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาด<br />
ไทยด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47<br />
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการ พระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง</p>

<p>ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา</p>

<p>ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้<br />
1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 8.30 - 12.00 น.<br />
2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 &ndash; 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย<br />
3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 &ndash; 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2569<br />
4. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน</p>

<p>เมื่อเวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงประชาชนชาวไทยทุกคนว่า การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นำมาซึ่งความโทมนัส สุดอาลัยต่อพสกนิกรชาวไทย ด้วยพระองค์ ทรงเป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเป็น เจ้าฟ้าราชนารีผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ และประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ ทั้งยังทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และกำลังพระทัย ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ พระปรีชาสามารถอันรอบด้าน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย นักการทูต นักสังคมสงเคราะห์ ล้วนเป็นแบบอย่างการดำรงพระองค์ให้คนไทยเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง กล้าที่จะใฝ่ฝัน มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ และขอเชิญชวนชาวไทยทุกคน ร่วมกันน้อมรำลึกถึง พระกรุณาธิคุณ ด้วยการตั้งมั่นอยู่ในความดี การมีเมตตาต่อกัน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่พระองค์ทรงยึดถือและทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างมาตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้</p>

<p>นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (พิเศษ 2/2569) โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการและดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระศพ เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี ดังนี้<br />
1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป<br />
2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม<br />
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ดังนี้&nbsp;<br />
1. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จ &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ และกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงาน พระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และแจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวัน<br />
2. กระทรวงวัฒนธรรม (กรมศิลปากร) ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบพิธีและการจัดสร้างพระเมรุ<br />
3. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีไปเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม<br />
4. กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมถวายเป็นพระกุศลเพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา<br />
5. กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินการเผยแพร่พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างต่อเนื่องและประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษ<br />
6. กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น โดยจัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และประสานความร่วมมือกับอาสาสมัคร มูลนิธิ ภาคเอกชน และสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ 24 ชั่วโมง<br />
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังกำหนดเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 15.30 น. จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ดังนี้<br />
1. ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประตู 15 ไปถนนอังรีดูนังต์<br />
2. จากนั้นเลี้ยวขวาออกสู่ถนนพระราม 4 มุ่งหน้าแยกสามย่าน<br />
3. เมื่อถึงแยกสามย่านเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท<br />
4. เมื่อถึงแยกพญาไทเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา<br />
5. ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และผ่านวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร<br />
6. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน ผ่านสนามหลวง เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวัง สามารถรับชมการถ่ายทอดสดขบวนเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่เวลา 16.15 น. เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT2HD) สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHZ และ Facebook Fanpage &nbsp; &nbsp; กรมประชาสัมพันธ์ / NBT / NBT Connext /NBT World และทาง Youtube : NBT พร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Facebook Fanpage &ldquo;พระลาน&rdquo;<br />
&nbsp;<br />
#เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา #ครมน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา #ไว้ทุกข์15วัน #ลดธงครึ่งเสา15วัน #สำนักพระราชวัง #นายกรัฐมนตรี #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง #สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ<br />
#กรมประชาสัมพันธ์ #NBT2HD #พระลาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kamphaengphet.prd.go.th/th/file/get/file/202606131996c49b602715064e45ab589856d870091745.jpeg' type='image/jpg' length='271555' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภาคเอกชน นำเครื่องอุปโภค บริโภค และเจลมอบให้เหล่ากาชาด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/223</link>
<guid isPermaLink="false">ce0929d58f19de4797d530170c390472</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://kamphaengphet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kamphaengphet.prd.go.th/th/file/get/file/202006290fc77a238461a787790e1f57f354b99d173800.jpg' type='image/jpg' length='25425' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภาคเอกชน นำเครื่องอุปโภค บริโภค และเจลมอบให้เหล่ากาชาด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/224</link>
<guid isPermaLink="false">279c287e6bc41a6cb11c81618a4f18a2</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://kamphaengphet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kamphaengphet.prd.go.th/th/file/get/file/2020071402772c04df8e2d9733a6781da074a830142843.jpg' type='image/jpg' length='17288' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภาคเอกชน นำเครื่องอุปโภค บริโภค และเจลมอบให้เหล่ากาชาด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/225</link>
<guid isPermaLink="false">3930a4a22f5411c64494300994580be1</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://kamphaengphet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kamphaengphet.prd.go.th/th/file/get/file/202007146bb18c38948f9bdbb19c3557e09a4ab2143223.jpg' type='image/jpg' length='46308' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภาคเอกชน นำเครื่องอุปโภค บริโภค และเจลมอบให้เหล่ากาชาด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/226</link>
<guid isPermaLink="false">1c57bc4f07b889c61a704379288db2ba</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://kamphaengphet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kamphaengphet.prd.go.th/th/file/get/file/20200714d875e0eaf19cc513d4429bc1cbe86fcd142947.jpg' type='image/jpg' length='79024' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภาคเอกชน นำเครื่องอุปโภค บริโภค และเจลมอบให้เหล่ากาชาด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://kamphaengphet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/227</link>
<guid isPermaLink="false">0a45c355938b98eba0d963ac2a5299d3</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://kamphaengphet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kamphaengphet.prd.go.th/th/file/get/file/202007140344fad73500771f9c74e6bb8d7d652b143131.jpg' type='image/jpg' length='81725' />
</item>
</channel>
</rss>
