รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมการประชุมการมอบนโยบายการจัดทํากรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ สําหรับประชาชนทุกหลังคาเรือน
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมกลีบจำปา ชั้น2 ศาลากลาง นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเข้าร่วมประชุมการมอบนโยบายการจัดทํากรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ สําหรับประชาชนทุกหลังคาเรือน "3 ภัย 1 ความคุ้มครอง เพื่อทุกบ้านของคนไทย" กรมธรรม์ ประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) ในระดับจังหวัด และผ่านระบบ DOPA Channel ในระดับอำเภอ โดยมีนายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร ,สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกำแพงเพชร ,สำนักงาน คปภ. จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมดังกล่าว
การประชุมในวันนี้มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย/ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม จากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ซึ่งในที่ประชุมรับทราบรายละเอียดโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติการจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เพื่อยกระดับการช่วยเหลือประชาชนจากแนวทาง “ตั้งรับหลังเกิดภัย” สู่การบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมลดภาระและความไม่แน่นอนของงบประมาณภาครัฐ กำหนดกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็น
15,000 ล้านบาท สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม
500 ล้านบาท สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มครอบคลุมภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน สูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัย ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
รายละเอียดความคุ้มครอง
อุทกภัย : ความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท และส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 90,000 บาท
วาตภัย/แผ่นดินไหว : ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท และส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท
กรณีภัยน้ำล้อม : หากที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อม จนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน รับค่าชดเชย 10,000 บาท ต่อครั้ง/ต่อหลังคาเรือน
กรณีเสียชีวิต : 2,000,000 บาทต่อคน
กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 - 1 ตุลาคม 2570
ภัยพิบัติต้องเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
โครงการดังกล่าวเป็นกลไกเสริมการช่วยเหลือของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถเข้าถึงการดูแลและช่วยเหลือได้อย่าง รวดเร็ว สะดวก และทั่วถึง พร้อมลดภาระของประชาชนในการดำเนินการเมื่อเกิดสาธารณภัย พร้อมทั้งมุ่งให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สามารถเข้าถึงเงินชดเชยได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อเกิดภัยพิบัติ และกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ