รองผู้ว่าฯ กำแพงเพชร เปิดประชุมคณะทำงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2569 มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกปี 2570 กว่า 1.4 แสนตัน
วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดกำแพงเพชร) ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมซุ้มกอ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร โดยมี นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยคณะทำงานฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกำแพงเพชร ในฐานะฝ่ายเลขาฯ ได้ดำเนินโครงการสร้างความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า
โดยประเด็นสำคัญจากการประชุม ได้มีการหารือถึงการกำหนดเป้าหมายปี 2570 เพื่อให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณากำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ไว้ที่ 149,015 tCO2eq (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก (4 ภาคส่วน) ครอบคลุมภาคพลังงาน, ภาคการจัดการขนส่ง, ภาคการจัดการของเสีย และภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการพิจารณาแผนการปรับตัวต่อผลกระทบ (5 สาขา) เพื่อให้ครอบคลุม ได้แก่ สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ, สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร, สาขาการท่องเที่ยว, สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกำแพงเพชร ได้สรุปข้อมูลผลการศึกษาการทบทวนปริมาณก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด ปีฐาน พ.ศ. 2562 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 2,422,713 tCO2eq (เฉลี่ย 3.34 tCO2eq ต่อหัวประชากร) โดยคาดการณ์ในปี พ.ศ. 2573 คาดว่าจะมีการปล่อยเพิ่มขึ้นเป็น 2,809,034 tCO2eq โดยภาคส่วนที่ปล่อยมากที่สุดคือ ภาคการเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเป้าหมายระยะยาว (ปี 2567–2573) ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 11 คิดเป็น 298,448 tCO2eq ผลการดำเนินงานล่าสุด (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568) สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้แล้ว 133,836 tCO2eq จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่