รองผู้ว่าฯ กำแพงเพชร ร่วมเวิร์กช็อปความมั่นคงภาคเหนือ ชูยุทธศาสตร์ "ทีมอำเภอ" ลุย 9 ประเด็นร้อนตามนโยบายรัฐบาล
รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานความมั่นคงระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 (ภาคเหนือ) มุ่งบูรณาการฝ่ายปกครองและตำรวจ แก้ยาเสพติด อาวุธปืน และอาชญากรรมทางเพศ อย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเอ็มเพรส แกรนด์ฮอลล์ ดิ เอ็มเพรส โฮเทล กรุ๊ป แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย พ.ต.อ.นเรศ พูลหน่าย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร ,นายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร นายอำเภอ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 2 (ภาคเหนือ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย, ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ, ผู้แทนกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย, ผู้บังคับการตำรวจภูธร, นายอำเภอ, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ เปิดเผยว่า การจัดเวิร์กช็อปในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการปฏิบัติการสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคม ตามกรอบนโยบาย "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยนำความรู้และประสบการณ์ของนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมาถอดบทเรียนร่วมกันใน 9 ประเด็นความมั่นคง ได้แก่ การบุกรุกที่ดินสาธารณะ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ธุรกิจนอมินี, การฟอกเงิน, ผู้มีอิทธิพล, หนี้นอกระบบ, ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว, การเชื่อมโยงข้อมูลความมั่นคง และปัญหายาเสพติด
นอกจากนี้ ประธานในพิธีได้เน้นย้ำ 3 วาระเร่งด่วนที่ต้องเห็นผลเชิงประจักษ์ ได้แก่ (1)การปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการในรูปแบบ "จับคู่ดูโอ" ระหว่างนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร บูรณาการทั้งมิติการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกำหนดมาตรการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดอย่างเข้มงวด , (2) มาตรการควบคุมอาวุธปืน เร่งตรวจสอบผู้ได้รับใบอนุญาตซื้อ (ป.3) แต่ยังไม่มีใบอนุญาตมี/ใช้ (ป.4) ตรวจสอบสต็อกและเครื่องกระสุนของร้านค้า/สนามยิงปืน กวาดล้างปืนเถื่อน และร่วมกันหาแนวทางนำปืนผิดกฎหมายออกจากสังคม และ (3) การป้องกันความผิดทางเพศ: บูรณาการสกัดกั้นและเฝ้าระวังผู้เคยต้องโทษคดีทางเพศไม่ให้กลับมาก่อเหตุซ้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่เด็ก ชาวบ้าน และเยาวชนในพื้นที่
ทางด้าน นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า การทำงานด้านความมั่นคงยุคใหม่เน้นปรับเปลี่ยนตัวชี้วัด โดยไม่เน้นรายงานเพียงแค่กิจกรรมที่ทำ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า "ปัญหาลดลงจริงหรือไม่ ประชาชนปลอดภัยขึ้นหรือไม่" ขณะที่ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองได้ร่วมเน้นย้ำการขับเคลื่อนด้วยศูนย์ปฏิบัติการร่วม ระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะ (Big Data) และการสร้าง "ทีมอำเภอ" ที่ทำงานเป็นเอกภาพ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและมีความผาสุกอย่างยั่งยืน