รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นำพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 น้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติอย่างบริสุทธิ์ด้วยใจ
วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 22.09 น. ที่วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีสวดมนต์และปฏิบัติธรรมข้ามปี ตามโครงการสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 โดยได้รับความเมตตาจากพระเมธีวชิรภูษิต เจ้าคณะอำเภอทรายทองวัฒนา เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง เป็นประธานสงฆ์ โดยมี พ.ต.อ. นเรศ พูลหน่าย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร , นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ,ว่าที่ร้อยตรีหญิง สิรภัทร อาวอร่ามรัศมิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร ,นายอนุพันธ์ พานิช ท้องถิ่นจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธี
ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รัฐบาล โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการจัดโครงการสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ต้อนรับปีใหม่และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ได้เริ่มต้นปีด้วยความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ อันมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพราะถือเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย ประกอบกับมีมติมหาเถรสมาคมให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกับคณะสงฆ์ ดำเนินโครงการสวดมนต์และปฏิบัติธรรมข้ามปีใหม่ บริสุทธิ์ด้วยใจ ถวายพระราชกุศล พุทธศักราช 2569 โดยจัดกิจกรรมสวดมนต์และปฏิบัติธรรมข้ามปี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 และให้มีพิธีทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดกิจกรรมสร้างความสามัคคี โดยประชาสัมพันธ์เชิญชวนพุทธศาสนิกชน พร้อมครอบครัว ลด ละ เลิกอบายมุข รักษาศีล 5 และร่วมทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เป็นสวัสดิมงคลแก่ตนเอง และประเทศชาติ
ทั้งนี้ ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานไฟพระฤกษ์พร้อมกล่องไม้ขีดไฟประดับอักษรพระนาม ออป ให้แก่กระทรวงวัฒนธรรม และประทานน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศ นำไปประกอบพิธีจุดเทียนมงคลและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปี สร้างขวัญกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมในพิธี และเป็นสิริมงคลในการเข้าสู่ศักราชใหม่ ซึ่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้กำหนดศูนย์กลางจัดกิจกรรม ณ วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร
ภายในพิธีรองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จุดธูปเทียนเครื่องน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อมา เจ้าคณะอำเภอทรายทองวัฒนา จุดเทียนมงคลด้วยไฟพระฤกษ์ประทานของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แล้วนำพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาเพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งของการเข้าสู่ศักราชใหม่ จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัด ลั่นฆ้องชัยต้อนรับศักราชใหม่ พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ อันเจือด้วยน้ำพระพุทธมนต์ประทานของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และร่วมตักบาตรเที่ยงคืนด้วยเมล็ดธัญพืชต่างๆ เป็นอันเสร็จพิธี และในวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 เทศบาลเมืองกำแพงเพชร จัดพิธีทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ ณ ลานน้ำพุ 12 ราศี สวนสาธารณะสิริจิตอุทยาน โซนบี (ริมแม่น้ำปิง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมกันทำความดี ด้วยการสวดมนต์และเจริญจิตตภาวนาข้ามปี พร้อมทำบุญตักบาตรรับปีใหม่ เพื่อสร้างความสามัคคี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และประเทศชาติสืบไป